เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของสาวๆ ยุคนี้
ที่อยากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อได้มาซึ่งหุ่นสวยเช้ง เมื่อนักวิชาการไทย
ผศ.ดร.อุษณีย์ อนุรุทธ์วงศ์ ได้คิดค้นเทคนิคใหม่ล่าสุด อย่าง “การดลจิต”
ซึ่งเป็นเทคนิคใหม่ล่าสุด ในการช่วยลดความอ้วนและรักษาหุ่นสวย
แถมยังไม่ก่อให้เกิด Yoyo Effect อีกด้วย
ทราบประสิทธิภาพของการดลจิตแบบนี้ หลายคนอาจสงสัยว่า เป็นไปได้จริงหรือแล้วต้องทำอย่างไร นายแพทย์พิชิต สุวรรณประกร
หัวหน้าทีมแพทย์ของศูนย์ Revitalite
ซึ่งเลือกนำการดลจิตมาใช้ร่วมกับโปรแกรมรักษาหุ่นให้แก่สาวๆ
เป็นที่แรกในโลก อธิบายถึงหลักการดลจิตว่า “การดลจิต
นั้นเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมในระดับจิตใต้สำนึก โดยจะไม่ทรมาน
ซึ่งใช้จิตใจเป็นตัวกำหนด และดูว่าผู้ป่วยนั้นมีสาเหตุใหญ่ๆ
ของอาการมาจากอะไร เช่น บางคนไม่ออกกำลังกาย บางคนผิดหวัง บางคนติดกาแฟ
แล้วเราก็ใส่โค้ดเข้าไป ให้เขาฝึกใส่โค้ด ภายใต้การใช้เสียง สี กลิ่น
และแสง ที่เหมาะสม"
เริ่มต้นการดลจิตนั้น ผู้เข้ารับการดลจิตต้องฝึกกำหนดลมปราณก่อน
ซึ่งขั้นตอนก็คล้ายกับการนั่งสมาธิ โดยครูฝึกจะแนะนำท่ากำหนดลมหายใจต่างๆ
โดยหายใจเข้าท้องป่อง หายใจออกท้องแฟ่บ ทำประมาณ 10 นาที
เพื่อให้การหายใจสอดคล้องและเป็นจังหวะ เมื่อหายใจเป็นระบบแล้ว
ก็จะทำให้ร่างกายมีชีวิตชีวา การหมุนเวียนออกซิเจนในปอดดีขึ้น
การนำสารอาหารต่างๆ ไปหล่อเลี้ยงร่างกายก็ดีขึ้น
การหมุนเวียนอากาศในปอดก็ดีขึ้น แต่หากทำมากเกินไป
ก็จะทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่ร่างกายมากเกินไป ทำให้มึนศีรษะ
หรือผู้ที่ทำไม่เป็นก็จะเกิดอาการจุกเสียด ปวดทรวงอก
เมื่อกำหนดลมหายใจได้แล้ว ก็ถึงเวลาเลือกผ้าคลุมสีที่ชอบ
ไม่ว่าจะเป็น สีเขียว เหลือง ส้ม แล้วเลือกสีของห้องให้ตรงกับผ้าคลุมนั้นๆ
และบรรยากาศของห้องดลจิตยังออกแบบและตกแต่งโดยใช้สีในโทนที่ผ่อนคลายและเป็น
สีเดียวกันทั้งห้อง เช่น สีเหลืองทำให้อยากทำกิจกรรม หรือสีชมพูทำให้สดใส
แต่สีแดงทำให้ไม่มีความสุข ขับกล่อมด้วยบทเพลงบำบัด
ที่ผู้เข้ารับการดลจิตเลือก เช่น เพลงป่า เพลงทะเล เพลงสายน้ำ
หรือเพลงภูเขา
นายแพทย์พิชิตกล่าวว่า “
สำหรับการฝึกนั้น จะใช้เวลา 30 นาทีต่อครั้ง และทำติดต่อกัน 21 วัน
เพื่อให้ผู้ป่วยเกิดจินตนาการ และเข้าภวังค์ เมื่อเข้าภวังค์แล้ว
เข่าจะอ่อน มือแขนจะตก
ทางนักดลจิตก็จะให้ผู้เข้ากับการดลจิตบอกกับตัวเองอย่างที่ต้องการ เช่น
“ฉันจะเคี้ยวอาหารช้าๆ” หรือ “ฉันจะกินผัก” หรือ “ฉันจะออกกำลังกายทุกวัน”
ผลที่ได้นั้นจะเห็นผลในระยะยาว บางคนเห็นของหวาน ก็ถึงกับคลื่นไส้เลยก็มี”
เมื่อปฏิบัติการดลจิตอย่างต่อเนื่องแล้ว
พฤติกรรมของผู้ที่เข้ารับการบำบัดก็จะเป็นไปอย่างที่ตัวเองกำหนด ซึ่ง
นายแพทย์พิชิต แนะนำทิ้งท้ายว่า “วิธีนี้สามารถนำไปทำเองที่บ้านได้เช่นกัน
โดยเตรียมบริเวณหรือห้องให้เหมาะสม สงบ ผู้ป่วยนอนตั้งเข่า ฟังเพลงที่ชอบ
ถ้าเข่าอ่อนแสดงว่าจิตเปิด แต่ในช่วงเริ่มต้นนั้น
อาจต้องได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญก่อน เพราะจุดการเข้าภวังค์นั้น
ต้องได้ผู้เชี่ยวชาญมาแนะนำว่าจุดไหนถึงจะถูกต้อง
ถ้าเกินจุดเข้าภวังค์แล้ว ก็จะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ส่วน
ข้อห้ามสำหรับการดลจิตนั้น ไม่ควรทำกับคนที่มีจิตหลอน
โดยดูจากอาการที่เคยละเมอ โวยวาย หรือผู้ที่รับเข้าทรง
หรือผู้ที่มีจิตหลอนขนาดออกอาการแอ็คชั่น”
วิธีง่ายๆ นี้ หากรู้เทคนิคและเคล็ดลับแล้ว
นอกจากจะช่วยเรื่องความสวย ความงาม การดลจิต
ยังสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อให้จิตใจผ่อนคลายได้อีกด้วย
|