เพียงนั่งอยู่ริมลำธารแห่งจิตใจ ไม่ต้องทำสิ่งใด ไม่คาดหมาย ให้คุณทำสิ่งใด เพียงสงบ นิ่ง ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคุณ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในใจจิตใจคุณ คือสิ่งที่เกิดขึ้นที่ไหนสักแห่ง จิตใจนั้นไม่ใช่ของคุณ แต่เป็นของใครบางคน คุณเป็นเพียงผู้เฝ้าดูเท่านั้น เหมือนที่พระพุทธเจ้าท่านบอก ให้อยู่บนทางสายกลางเสมอ ไม่ว่าด้านไหนจะเป็นอย่างไร ก็ให้อยู่กับทางสายกลาง ด้วยการเฝ้ามอง เราก็อยู่บนทางสายกลาง ชั่วขณะที่คุณสูญเสียการเฝ้ามอง คุณจะกลายเป็นฝ่ายยึดมัน หรือไม่ก็ผลักใสมัน หากคุณยึดมัน คุณก็จะไม่ได้อยู่ตรงกลาง ถ้าปวดท้อง ก็ยอมรับมันเสีย ให้มันอยู่ตรงนั้น เป็นข้อเท็จจริง เช่นเดียวกันกับ พระอาทิตย์ที่ตกอยู่ตรงนั้น บ้าน ณ ริมเขาแห่งนั้น ค่ำคืนที่อยู่ตรงนั้น อาการปวดท้องที่อยู่ตรงนั้น รับรู้มันแล้วหลับตาลง อย่าพยายามหนีไปจากมัน
หากคุณมีความสุข ก็จงยอมรับข้อเท็จจริงนี้ อย่ายึดติดกับมัน อย่าพยายามทำตัวให้มีความสุข อย่าพยายามใดๆ เลย หากความทุกข์มาเยือน ก็จงปล่อยมัน ถ้าความสุข หรือทุกข์ เข้ามารบกวน จงเป็นเพียงผู้เฝ้าดูอยู่บนเนินเขา คุณไม่อาจทำสิ่งใด ได้ เพียงแค่มองเห็น เมื่อยามเช้ามาถึง พระอาทิตย์ ก็จะขึ้น เมื่อยามค่ำมา พระอาทิตย์ก็จะตก มีแต่ดวงดาวและความมืด แล้วพระอาทิตย์ ก็ขึ้นอีกครั้ง คุณเป็นเพียงผู้เฝ้ามองอยู่บนเนินเขา
เมื่อความเจ็บปวดมาเยือน คุณก็เป็นเพียงผู้เฝ้ามอง คุณรู้ว่า ความเจ็บปวดได้เกิดขึ้น และไม่ช้าไม่นานนัก มันก็จากไป พอมันจากไปขั้วตรงข้ามจะเกิดขึ้น และก็เกิดความสุข แต่คุณควรรู้ว่า มันจะไม่ดำรงอยู่ตลอดไป ความทุกข์สุข ความเจ็บปวด ความสบาย มันอยู่ที่ไหนสักแห่ง และมันจะมาเยือน คุณยังเป็นเพียงผู้เฝ้ามอง หากคุณเฝ้ามองโดยปราศจากการใฝ่หาและผลักใส คุณจะอยู่ตรงกลาง เมือ่ใดก็ตามที่ลูกตุ้มหยุดอยู่ตรงกลาง คุณก็จะสามารถเห็นสิ่งที่โลกเป็นได้จริงๆ และนั่นคือสมาธิ