การเรียกชื่อความรู้สึก หรือประสบการณ์ คือการไปตอกย้ำความยืนยงของผู้คิด ผู้คอยเก็บบันทึก คือ จิตใจ นั่นคือเมื่อคุณบอกชื่อความรู้สึก ประสบการณ์ การทำเช่นนั้นทำให้ความรู้สึกนั้นสืบต่อยืนยาว จิตบำรุงเลี้ยงตัวมันเอง ด้วยวิธีนี้ และทำให้มันรู้สึกว่า มันดำรงอยู่ ไม่ว่าประสบการณ์ใด ความรู้สึกใดหรือความรู้สึกทางประสาทสัมผัสใดๆ เกิดขึ้นกับคุณ จะเป็นความรู้สึกโกรธ หรือความเกลียดชัง หรือแม้กระทั่งความรัก การเอ่ยชื่อเรียกมัน คือการเหนี่ยวรั้งมันไว้
อะไรจะเกิดขึ้นหากคุณไม่ระบุถ้อยคำ หากคุณไม่ระบุชื่อของประสบการณ์ หากคุณไม่เอ่ยชื่อบรรดาอาการความรู้สึกที่เกิดขึ้น คุณก็ว่างเว้นจากภูมิหลัง และ คุณอยู่ไหน คือ เมื่อไม่เรียกชื่อความรู้สึกที่มาจากประสบการณ์ มันจะร่วงโรยไปเอง ไม่สืบต่อ พึงทดลองดู ด้วยตนเองแล้วคุณจะเห็น ต่อไปเมื่อคุณเกิดความรู้สึกทางประสาท สัมผัสตัวอย่างเช่นคุณเรียกมันว่า ความรำคาญ อย่าไปเอ่ยว่า ฉันรู้สึกรำคาญ อย่าไปบ่งชื่อมัน และดูว่า อะไรจะเกิดขึ้น คุณจะค้นพบสิ่งอัศจรรย์
แล้วต่อจากนั้น คุณจะพูดว่า ฉันได้รู้กลเม็ดที่ดีแล้ว ฉันรู้วิธีที่จะจัดการกับความรู้สึกไม่ดีทั้งหลาย รู้วิธีที่จะให้มันหมดไปโดยรวดเร็ว ฉันจะไม่ระบุชื่อมัน แต่คุณทำเช่นนั้นกับความรู้สึกที่ดีด้วยหรือ? ผมเกรงว่าคุณจะไม่ทำ เพราะว่าคุณต้องการจะคงความรู้สึกที่ดีไว้ คุณต้องการรักษาความรู้สึกอันน่าอภิรมย์ยินดีทั้งหลายให้คงไว้ เมื่อเป็นดังนั้น คุณก็หล่อเลี้ยงมันโดยเรียกชื่อมันไว้ จะการพัฒนานี้จะไปไม่ถึงไหนเพราะว่า ขณะที่คุณไประบุชื่อความรู้สึกอันน่ารื่นรมย์นั้น คุณก่อให้เกิดคู่ขัดแย้งขึ้นมาทันที ด้วยเหตุนี้ คุณจึงมีความขัดแย้งของคู่ตรงข้ามอยู่เสมอ ทว่าโดยทางกลับกัน หากคุณไม่ระบุชื่อ ไม่ปิดฉลากให้แก่ความรู้สึก ทั้งความรู้สึกชื่นชอบหรือไม่ชอบ มันจะจางหายไป ฉะนั้น ผู้คิดหรือผู้สร้างคู่ขัดแย้งก็จบสิ้นลง
เจ. กฤษณะมูรติ บอมเบย์ 1948
|